ร้านวัสดุก่อสร้างเคยสั่งของเกินเพราะคลังกับขายดูสต็อกคนละเลข ของเกินจมทุนหลักแสนต่อปี ของขาดทำให้ยกเลิกออเดอร์ลูกค้า B2B หลังใช้ระบบสต็อกกลางที่ตัดเมื่อออกใบส่งของและแจ้งเตือนเมื่อต่ำกว่า min ของขาดลดลงชัดและสั่งซื้อแม่นขึ้น
ระบบสต็อกไม่ใช่แค่นับของ แต่คือการตัดสินใจซื้อ-ขายด้วยข้อมูลจริง
ของขาดเกิดจากอะไรในระบบที่ไม่มีสต็อกกลาง
ขายรับออเดอร์โดยไม่รู้ของจริง คลังนับไม่ตรงกับบัญชี สินค้าค้างรับเข้าแต่ตัดขายไปแล้ว ไม่มี min-max สั่งซื้อตามความรู้สึก
ของเกินกินทุนแบบเงียบ ๆ
สั่งทีละมากเพราะกลัวขาด สินค้าเคลื่อนไหวช้าค้างคลัง ไม่มีรายงาน aging ไม่รู้ว่าชิ้นไหนไม่ขายมา 6 เดือน ระบบช่วยเห็นภาพรวมและตั้งเกณฑ์สั่งซื้อใหม่
ฟีเจอร์ที่ใช้จริงในทางปฏิบัติ
รับเข้า-จ่ายออกมีเลขที่เอกสาร ตัดสต็อกเมื่อยืนยันขายหรือส่งของ แจ้งเตือน Line หรืออีเมลเมื่อต่ำกว่าเกณฑ์ บาร์โค้ดหรือ QR สแกนมือถือ รายงานสินค้าเคลื่อนช้า
ตารางผลลัพธ์หลังใช้ระบบสต็อก 3 เดือน
| ตัวชี้วัด | ก่อนมีระบบ | หลังมีระบบ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ออเดอร์ยกเลิกเพราะของขาด | 8–12% ต่อเดือน | ลดเหลือ 2–3% | เคสร้านค้าปลีก |
| เวลานับสต็อก | 2 วัน/เดือน | ครึ่งวัน | ใช้สแกนบาร์โค้ด |
| มูลค่าสินค้าค้าง | ไม่รู้ตัวเลข | รายงาน aging รายสัปดาห์ | ลดสั่งซื้อซ้ำซ้อน |
| ความขัดแย้งขาย-คลัง | บ่อย | ลดลงมาก | ตัวเลขชุดเดียว |
คำถามฝ่ายจัดซื้อ
ธุรกิจเล็กต้องมีระบบสต็อกไหม
ถ้า SKU เกิน 50 หรือมียอดขายหลายร้อยชิ้นต่อเดือน มักคุ้ม
เชื่อมกับเว็บขายออนไลน์ได้ไหม
ได้และควรทำ สต็อกเว็บกับคลังต้องเป็นชุดเดียว อ่านเว็บขายของออนไลน์
เริ่มจากสาขาเดียวก่อนได้ไหม
ได้ แล้วค่อยขยายหลายคลังเมื่อ workflow นิ่ง